2011/Feb/07

 

The Road to Laos: A must remember ที่ ตาดกวางซี

 

 

 

 

 
  หลังจากการเดินทางอันแสนสาหัสที่ผ่านมาเมื่อวานนี้ ทำให้เช้านี้เราตื่นสายนิดหน่อย กว่าจะกระเด้งตัวเองออกจากที่นอน รีบไปอาบน้ำแปรงฟันก็ล่อเข้าไป 7โมงเช้าซะแล้ว เรารีบพับผ้าห่ม จัดของแล้วก็รีบแจ้นออกไปทักทายหลวงพระบางจริงๆซักที "สบายดีหลวงพระบาง เรามาถึงแล้วนะ"



  เดินมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองแบบไร้จุดหมาย เนื่องจากว่าวันนี้เราวางแผนไว้แล้วว่าเราจะไม่สำรวจเมือง แต่เราจะออกไปนอกเมืองกันก่อน แต่เหตุที่ต้องมุ่งเข้าเมืองเพราะว่า เรายังไม่เงินลาวเลยซักกีบเดียว ใช่แล้ว เราต้องหาที่แลกเงินนั่นเอง และนอกเหนือจากนั้นเราก็ต้องหามอเตอร์ไซด์ไปแว๊นซักคัน เหตุผลที่จะเช่ามอเตอร์ไซด์เพราะว่า เราจะออกนอกเมืองไป"น้ำตกตาดกวางซี" ที่ขึ้นชื่อว่าสวยมากของหลวงพระบาง และการที่จะไปถึงน้ำตกได้ ต้องออกจากตัวเมืองไปถึง 30กิโลเมตร และ
แน่นอนต้องกลับอีก 30กิโลเมตร ซึ่งถือว่าไมใกล้เลย โดยปรกติทั่วไปแล้ว คนจะจ้างรถสามล้อ หรือ สกายแลบป์(ในภาษาลาว) ไปกัน แต่อย่างที่เกริ่นไว้ตอนที่แล้ว สกายแลบป์ที่นี่(จริงๆไม่ว่าจะที่ไหน ไทย หรือลาว) โก่งราคากันเก่งมากๆ
และด้วยที่ว่า มาเที่ยวกันแค่2คน ต๊อกต๋อยไปตามเรื่อง เช่ามอเตอร์ไซด์(ราคา 130000กีบ: 0900-1800) มันถูกกว่าเหมารถไปเป็นไหน ตอนแรกก็ชั่งใจแหละว่าจะไปแชร์กับพวกฝรั่ง แต่ติดที่ว่าเราไม่ชอบเที่ยวแบบรีบๆ เลยไปมอไซด์ดีกว่า โอ้เอ้ข้างทางไปได้เรื่อยๆ สุดท้ายก็จบที่มอเตอร์ไซด์นั่นแหละดีที่สุด


  เดินหาร้านแลกเงินอยู่นานมาก หาไม่เจอจนต้องเดินไปถามชาวบ้านแถวนั้น กว่าจะรู้ตัวว่าบูธแลกเงินมันกระแทกตาอยู่ตรงหน้านั่นเอง แป่ววว หลังจากได้เงินเป็นล้าน(กีบ)มาอยู่ในมือ เราก็มุ่งหน้าหาร้านเช่ามอเตอร์ไซด์ เจอยู่ 3ร้าน ราคาต่างกันออกไป สุดท้ายมาได้ที่ร้านเกือบจะนอกเมือง(ใกล้ๆที่พัก) ถูกที่สุดแล้ว พอได้รถมาก็กลับไปเอาสัมภาระ แล้วก็มุ่งหน้าไปน้ำตกโลดดด

 

 

 

 

ที่พักที่เอาไว้เก็บของ...กับนอน...ไม่เคยอยู่เลยตอนกลางวัน
และที่นี่...ก็ไม่มีรูปที่พักต่อไปแระกัน (ซึ่งในเวบไหนๆก็ไม่มี)
ไม่มีไรสวยงามให้ดู...555+

 

บรรยากาศเช้าๆ หนาวๆ หลวงพระบาง คล้ายๆบ้านเราเหมือนกันนะ

แต่รถวิ่งคนละทางกัน ที่ลาวขับรถชิดขวา...

 

ร้านนี้เข้ามาแบบฟลุกๆ เห็นเขียนว่าร้านกาแฟลาว เลยลองเข้ามากินดู

อร่อย โ ค ต ร ๆ ที่สุดอะ

 

ร้านค้า ขายของแบบ ชาวเขาๆ

 

รถที่มีทั่วไปในหลวงพระบาง ในหนังสือเที่ยวลาวเรียก สกายแล็ป (ชื่อเท่ไปป่าว)

ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเรียกชื่อนี้ มัีนก็สามล้อบ้านเราแหละ แค่ด้านหน้าเป็นมอไซ...

 

 

 

 

 

  มุ่งหน้าออกนอกเมืองไป 30กิโลเมตร ตามเส้นทางหมู่บ้าน คดเคี้ยวไปตามเขา ผ่านธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีวัวเดินเป็นทิวแถวประกอบวิว มันช่างเป็นความสุขที่บรรยายออกมาไม่ได้เสียนี่กระไร บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่สำหรับตั๊นที่เบื่อเมืองกรุงแล้วเนี่ย มันช่างประเสริฐดีแท้ ชมวิวไปเรื่อย อากาศเย็นๆพัดผ่านหน้าจนชา เราก็มาถึงน้ำตก "ตาดกวางซี"
เสียเงินค่าจอดรถ แล้วก็เสียเงินเข้าไปชมของสวยของงามกัน
(ที่ลาวนี่เสียอย่าง ไปไหนโดนเก็บค่าจอดรถทุกที่เลย ไม่ว่าจะเป็นจักยานก็อย่านึกว่าจะรอดพ้น ไม่ใช่แค่แหล่งท่องเที่ยว สถานที่อย่างขนส่ง หรือ ไปรษณีก็ไม่วายเก็บเงินคค่าจอดรถไปหมด ถูกแพงขึ้นอยู่กับที่ และ ชนิดของรถ)

 

อะ หลวงพระบาง กม. 0 มีใครเคยไปเที่ยวแล้วหาเจอบ้าง...

 

อยู่หน้า สำนักงานแขวงที่ลาว ตอนถ่ายๆ ก็เสียวเหมือนกัน กลัวเจ้าหน้าที่จะหาว่า เราถ่ายรูปสถานที่ราชการ

 

สก๊อยเกิลส์

 

เหตุผลที่เช่ามอไซฯ ราคา สองแสนกว่ากีบ เพื่อจะมาเที่ยวน้ำตกนี่ล่ะ

มากัน2คน จะให้เหมารถก็ลำบาก (สามล้อเธอก็ช่างฟันนักแล) เอางี้แหละ สบายใจ

 

หมีออกจะเห็นยากสักหน่อย เพราะมันดำ

มีเตียงนอนส่วนตัวด้วยนะ !!

 

ยอมรับ และก็ทึ่ง ว่าน้ำตกที่นี่ สวยสุดยอดจริงๆ

 

เดือนธันวาแล้วนะเนี่ย น้ำก็ยังมีให้เห็น กะลังดี สวยงาม

 

ชั้นบนสุดของน้ำตกที่นี่ น้ำตก "ตาดกวางซี" (Tat Kuang Si)

 

ไหนๆก็มาถึงแล้ว เอามือรองน้ำตกซะหน่อย 555+

 

 

 

 

  หลังจากเที่ยวชมความใส สวย สุดยอดของน้ำตกเลื่องชื่อกันไปแล้ว เราก็ไม่พลาดที่จะดี้ด้าลงไปเล่นน้ำ ตามประสาพวกบ้าน้ำ ที่เห็นน้ำสวยๆไม่ได้ต้องเล่น แล้วเรื่องมันก็เกิดตรงนี้แหละ!

 

  ที่จุดเล่นน้ำของน้ำตกที่ทางน้ำตกจัดให้เล่นน้ำ ก็ยังมีจุดกระโดดน้ำที่เค้าดัดแปลงจากต้นไม้ที่โค้งงอตามธรรมชาติเหนือบ่อน้ำตกไว้ให้นักท่องเที่ยวได้บันเทิงใจเล่นกันอย่างสนุกสนาน ณ จุดนั้นที่ทุกคนต่อคิวเล่นกันอยู่นั้น พวกเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน ด้วยความตื่นเต้น ก็เลยคิดว่าจะพลัดกันเล่นคนละทีจะได้ถ่ายวีดีโอไว้ขำๆ เลยส่งพี่โอเป็นหน่วยกล้าตายไปก่อน ตั๊นก็รื่นเริงตั้งกล้องมือถือไป แต่แล้ววีดีโอม้วนนี้ก็ถ่ายไม่จบ เนื่องจากว่า ตั๊นตกใจมาก เมื่อภาพที่เห็นคือ "แว่น" ที่พี่โอหวงแสนหวงจนไม่ยอดยัดกางเกงกลัวตกไปแตก เลยเอาไปคาบไว้ ร่วงจากปากจ๋อมลงน้ำตกไปต่อหน้าต่อตา O.O

 

 

 

ณ จุดเกิดเหตุ

 

 

 

 

  พี่โอที่ยังไม่รู้ตัวทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำ ก่อนที่จะพบความจริงว่า แว่นที่รักมันหายไปแล้ว T^T สายตาที่สั้น 600กว่าๆ ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ ทั้งๆที่เตือนด้วยสัญชาติญาณแล้วว่าอย่าคาบไว้ในปาก แต่ด้วยความประมาทของทั้งคู่ที่คิดไม่ถึงว่าลงน้ำมันต้องใช้ปากหายใจ มันก็หายไปง่ายๆงั้นแหละ  ตั๊นตกใจมาก ทำอะไรก็ไม่ถูก ด้วยที่ว่าสมองกำลังมึนงง และ ประมวณอยู่ว่า แว่นไม่มี กลับบ้านไม่ได้ มอเตอร์ไซด์ขับไม่เป็น TOT

ยืนอึ้งซักพักก็วางโทรศัพท์ทิ้งแล้วทะยานลงไปในน้ำ ดำผุดดำว่ายหาแว่นอยู่ตรงจุดที่พี่โอตกลงมา ด้วยความหวังว่าจะทำอะไรได้ซักอย่าง แต่น้ำมันลึกมาก และข้างล่างก็มีแต่หิน และขุ่นมองอะไรไม่เห็นเลยจริงๆ นาทีนั้นอยากจะถอดใจก็ทำไม่ได้ จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก ขึ้นมายืนตะโกนซ้ำๆว่า "Does every body have a goggle?" (แถวนั้นมีแต่ฝรั่ง) ด้วยคิดว่าถ้ามีแว่นว่ายน้ำจะช่วยให้เห็นอะไรมากขึ้น แต่ที่อย่างนี้ ไม่ใช่ทะเล และ ไม่ใช่สระว่ายน้ำ ใครมันจะพกแว่นว่ายน้ำฟะ เลยลงไปดำต่อ ดำจนไม่ไหวแล้วเลยเลิก กำลังคิดว่าจะไปตามเจ้าหน้าที่มาช่วย



  แต่แล้วก็มีคนใจดีเข้ามาช่วย เป็นลุงฝรั่งกับหนุ่มอีกคนที่เห็นเหตุการตั้งแต่แรกเริ่ม เค้าคงสงสารขึ้นมาหลังจากที่เห็นตั๊นดำน้ำอย่างบ้าคลั่งอยู่คนเดียว เลยเข้ามาช่วยดำหา ตามจุดที่พี่ชายอีกคนบนต้นไม้คอยชี้จุดที่พี่โอตกให้ ด้วยความหวังอันน้อยนิด กับการงมเข็มในมหาสมุทร พี่โอกำลังคิดหาทางเลือกอื่นในกรณีไม่เจอแว่น ในจังหวะที่เราสองคนกำหลังหมดหวังถึงที่สุด
ก็มีเสียงคนตะโกนขึ้นมาว่า "GOT IT" นาทีนั้น น้ำตามันไหลพรากแล้ว และปาฏิหารก็เกิดขึ้นจริงๆ ลุงRainy เจอแว่นพี่โอที่ก้นน้ำตกจนได้ เหมือนละครในหนัง ทุกคนในที่นั้นต่างโห่ร้องดีใจ ตั๊นกับพี่โอผงกหัวประหลกๆ พูดแต่คำว่า " Thank you very much, you really safe our life"ย้ำๆ ซ้ำๆเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ไม่มีอะไรที่ทำให้ตื้นตันได้มากเท่านี้อีกแล้ว เกือบเอาชีวิตไปทิ้งซะแล้วววววว นะเรา

 

 

 

คุณ เรนนี่ ช่วยหาแว่นตาพี่โอที่จมอยู่ก้นน้ำตก
เกือบจะแย่แล้ว ถ้าหาไม่เจอขี่มอไซไม่ได้แหงมๆ
ตั๊นท์น้ำตาคลอเลย ตอนแว่นจม หาไม่เจอ..

ก็ดันใช้ปากคาบแว่น แล้วกระโดดน้ำ จะเหลืออะไร
แว่นก็หลุดอะดิ

ขอบคุณ เรนนี่มากๆ (ถ้าเป็นคนไทย เค้าจะมาช่วยงม หาแว่นให้เราป่าวหว่า)

แล้วก็อยากไปเที่ยวแบบ เรนนี่บ้าง เที่ยวมันหมดเลย ทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

หาแว่นเจอแล้วเลยกลับมาเก๊กต่อได้ 555+

 

 

 

 

  หลังจากที่เหตุการเลวร้ายผ่านพ้นไป ในขณะที่นักท่องเที่ยวคนอื่นก็กลับไปทำกิจกรรมกันต่อ เราก็ขึ้นจากน้ำและไม่เหยียบลงไปอีกเลย และแน่นอน ตั๊นอดกระโดดน้ำ (ยังมีอารมจะกระโดดอีกเหรอ - -") เรายืนคุยกับวีรบุรุษของเรา  Mr. Rainy and His wife ซักพัก และขอถ่ายรูปด้วย 1แชะ เราก็เก็บของออกเดินทางออกจากน้ำตก มุ่งหน้ากลับสู่ที่พัก ไปนั่งทำใจซักพัก แวะถ่ายรูปข้างทางไปเรื่อย โบกมือทักทายเด็กชาวลาวบ้าง ฝรั่งที่นั่งรถป๊อกผ่านไปบ้าง ผ่อนคลายไปกับปาฏิหาร และให้บทเรียนกับตัวเอง

 

 

 

 

หมาแถวที่จอดรถ

ไม่ยักรู้ว่าที่ลาวมีทะเลทรายด้วย หมาก็อยู่หย่างอดๆ อยากๆ
จะว่าไปมาเที่ยวที่นี่ก็ไม่เจอเค้าขายเนื้อหมากันนะ

ถ้าเป็นเวียตนาม คงเกลื่อน เอ๊ะ หรือเราหาไม่เจอเองหว่า เอ๊ะหรือว่า หมามันผอม

 

ป้ายจราจรที่นี่เค้าไ่ม่มีหัวลูกศรกันหรอก ไม่จำเป็น...

 

 

 

 

 หลังจากพักเหนื่อยแล้ว เราก็มองหาที่จะไปเที่ยวต่อ มองเวลาก็ย่างเข้าไปบ่าย 3แล้ว (ใช้เวลาที่ตาดกวางซีไปเยอะมาก ตั้งแต่ 10โมง O.O) เราเลือกที่จะไปน้ำตกตาดแส้ ที่ออกนอกเมืองไป 15กิโลเมตร (ไหนๆก็เช่ามอเตอร์ไซด์มาแล้ว) โดยที่ตัดถ้ำติ่งออกไป เพราะว่า ไกล และ เวลาไม่พอ ขี่รถไปตาดแส้ ชิวๆ เพราะว่าทางง่ายกว่าไปตาดกวางซี และที่สำคัญไม่ลืมที่จะบังคับให้พี่โอเปลี่ยนคอนแทรกเลนส์ (ไม่พลาดอีกแล้ว) ไปถึงทางเข้าที่ขับเลยไปไกลเพราะไม่เห็นป้าย ขับลึกเข้าไปแล้วนึกว่ามาผิดทาง จนเจอป้าชาวบ้านเลยถามทาง ป้าบอกมาถูกแล้ว แต่ป้าถามกลับมาว่า มาที่นี่ทำไม
ไม่ไปเที่ยวตาดกวางซี ตอนนั้นไม่ได้เอะใจ เลยตอบป้าไปว่า ไปมาแล้ว ป้าเลยชี้ทางไปให้ ขับมอไซด์ไปสุดที่ริมแม่น้ำคาน จอดรถแล้วก็มองหน้ากัน ไหนอ่ะน้ำตก สุดท้ายเดินกลับไปถามพวกหนุ่มๆที่นั่งกินเหล้ากันแถวริมน้ำ ได้ความว่าต้องข้ามเรือไป



  เข้ามาถึงที่น้ำตก ก็เดินขึ้นไปดู มาถึงตอนนี้เข้าใจแล้วว่าที่ป้าพูดหมายถึงอะไร น้ำที่นี่น้อยมาก แล้วน้ำตกก็เหมือนของปลอมยังไงไม่รู้ (เหมือนไม่ได้เกิดเองตามธรรมชาติ) ด้วยหินที่มนเกินจริง ทำให้เหมือนกับสระว่ายน้ำที่ทำเป็นตีมน้ำตกยังไงอย่างนั้น เดินสำรวจเอาแล้วคิดเอาว่า น้ำตกจริงๆ คงจะเล็กๆ นายทุนเลยบูรณะแล้วก็ทำให้สวยงาม เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เราอยู่ที่นี่กันไม่นาน เพราะไม่ประทับใจเท่าไหร่ นอกจากพวกฝรั่งที่มานั่งพอดรักกันบ้าง เล่นน้ำบ้าง ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ ข้ามเรือกลับฝั่ง แบ้วก็รีบบึ่งกลับไปแข่งกับพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน

 

 

 

 

ออกจากน้ำตกนู้น ก็มาน้ำตกนี้ น้ำตก "ตาดแส้" (Tat Sae)

อย่างกะหนังคนละม้วน...

 

แถมการเดินทางก็ลำบาก ต้องนั่งเรือข้ามฟากไปอีก...

แต่...มาลาว...ได้นั่งเรือแล้วล่ะ เกือบมาไม่ถึงลาวซะแล้วไหมล่ะ

 

 

 

 

  ค่ำคืนมาเยือนที่หลวงพระบาง หลังจากอาบน้ำอาบท่า แล้วเอามอเตอร์ไซด์ไปคืน เราก็ไปเดินย่ำต๊อกหาของกิน เหนื่อยมาทั้งวัน กลางวันก็ไม่ได้กินข้าว ด้วยว่า ตกใจจนลืมหิว ตกเย็นเลยท้องกิ่ว มีคนแนะนำร้านรวงไว้มากมาย แต่เราเลือกไม่ถูก ประกอบกับเดินไปเดินมาแล้วไปเจอตรอกนึง ที่ขายอาหารปิ้งๆเต็มไปหมด ตอนนั้นอะไรมันก็ช่างล่อตาล่อใจไปหมด

  สุดท้ายเราเลือกที่จะกินโลโซข้างทางเพื่อที่จะได้เข้าถึงความกลมกลืน แต่ในความโลโวนั่นอ่ะ มันอร่อยมากเลยเถอะ (เอ๊ะหรือว่าเราหิว)
ปลา 1ตัว กับ หมูส้ม 1ไม้ กับเบียร์ลาวเย็นๆ 1ขวด สำหรับเรา 2คน ในคืนที่อากาศเย็นๆสบายๆแบบนี้ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

 

 

 

 

 

 

ร้านค้า ที่หลวงพระบาง ดูไฮโซเหมือนกันนะ

 

เย็นนี้กินแค่เนี้ย กินมากเปลือง แต่ไม่กินเบียร์ไม่ได้ เบียร์อร่อย

บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่ตั๊นท์กะพี่โอชอบมากกกกกกกกก
ชอบสุดในทุกๆเบียร์ที่เคยกินมา เลยซื้อกลับบ้านไปบ้าง...
เอ๊ะ น้อยไปบ้าง

 

กินเบียร์ตลอด - -a ที่ลาวมันเป็นเครื่องดื่มแบบว่าหาซื้อเมื่อไหร่ก็ได้

เครื่องดื่มประจำชาติก็ว่าได้ (แบบเยอรมัน) มือซ้ายก็ถือ เมี่ยงข้าวที่อร่อยที่สุดในโลก

(ในบันดาอาหารลาว ชอบ เมี่ยงข้าวที่สุดแล้ววว)

 

ป้าย "หยุด" เค้าอย่างแนว

ยุดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 7 Feb 2011 23:15:55 by C'est la vie

edit @ 11 Feb 2011 20:24:25 by C'est la vie

Comment

Comment:

Tweet


อยากตามรอยไปบ้างเลย น้ำตกสวยมากกก
ชอบ ยุดดดดดดHot! Hot! big smile
น่าเที่ยวจังเลยค่ะ ดูสงบดีจัง♥

Hot! Hot! Hot!
#1 by HineyHelsinki At 2011-02-08 00:14,